20 ปีในกรุงเทพ ฯ

Posted by

ปกติเวลาเขียนอะไรจะคิดว่าคนอ่าน อาจจะได้อะไรบางอย่าง
แต่ไม่ใช่กับบทความนี้ ซึ่งเป็นเหมือนบันทึกประสบการณ์มากกว่า

ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว กรุงเทพ ฯ เป็นสถานที่ที่ไม่เคยอยู่ในสารบบความคิดของผมเลย
กรุงเทพ ฯ เป็นสถานที่หนึ่งที่ทุกคนในบ้านจะต้องมาเรียน แล้วก็จะหายไปจากชีวิต
แน่นอนว่ากรุงเทพ ฯ นั้นน่ากลัว โดยเฉพาะกับเด็ก 18 ที่แทบไม่เคยมีโอกาสนอนนอกบ้านเลยด้วยซ้ำ

ปี 2544 : เด็กบ้านนอกเข้ากรุง
มิถุนายน ปี 2544 ปีนั้นฝนตกหนักใช้ได้ ภาพความทรงจำของกรุงเทพจึงไม่ค่อยต่างจากบ้านที่ภูเก็ตนัก
ฝนตกบ่อย น้ำเฉอะแฉะ เข้ากรุงเทพมาอยู่กับพี่ชาย แต่พี่ชายไม่เคยกลับมาที่คอนโดอีกเลยหลังเจอเจอกันวันแรก โทรศัพท์มือถือยังเป็นของหายาก ทุกอย่างเลยกลายเป็นการคลำ ๆ ไป
ที่กิน การเดินทาง ห้าง มหาลัย ทุกอย่างดูยากไปหมด มีกระเป๋าเป้ขนาด 35ลิตรใบเดียว กับเสื้อผ้าเก่า ๆ เชย ๆ
ปีนั้นตื่นเต้นกับหน้าหนาวมาก เป็นครั้งแรกที่เจอกับหน้าหนาว

ปี 2545 – 2546 : ติดเกมส์
เหมือนเด็กใจแตก ตอนอยู่ที่บ้านไม่เคยมีอิสระแบบนี้มาก่อน ไม่เคยได้เล่นเกมส์ พอได้อิสระ ก็เล่นกระหน่ำ 24 ชั่วโมงเรียกว่าร้านเกมส์คือบ้านหลังที่ 1 ร้านการ์ดคือบ้านหลังที่ 2 วนเวียนไปมา
มีแฟนครั้งแรก เริ่มมีความั่นใจในตัวเองมากขึ้น จากเด็กที่ไม่เคยมั่นใจว่าตัวเองจะทำอะไรได้เลย
การเรียนพังยับ ลง 7 ตัว ถอน 6 ตัว เหลือภาษาอังกฤษที่ได้ A ทำให้ได้ GPA 4:00 เป็นเรื่องฮาที่ยังเล่าจนทุกวันนี้
ทำ MLM ครั้งแรก มั่วซั่วเจ้ง ถูกหลอก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า ธุรกิจ และการหลอกลวง

ปี 2547 – 2548 : สูญเสีย / ซึนามิ / ปลดปล่อย / เกิดใหม่
ปลายปี 46 พ่อเสีย/ ปลายปี 47 ซึนามิเข้าประเทศไทย แม่เสีย ช่วงใกล้ ๆ กันเสียผู้ปกครองไปทั้งหมด
ไม่รู้ทำไม แต่ไม่ได้เศร้าใจขนาดนั้น อาจะเพราะครอบครัวไม่ได้ผูกพันกันมาก
ช่วงซึนามิแอบไปเป็นอาสาสมัคร เห็นศพคนตายจำนวนมาก เห็นการทำงาน ที่เรียกว่าทำงานจริง ๆ
คือตอนอยู่กับพ่อแม่ก็ทำงานนั่นแหละ แต่มันรู้สึกเหมือนเป็นการทรมานมากกว่าทำงาน เลยต่างกัน
น่าจะเป็นครั้งแรก ที่ทำให้รู้สึกว่า “ไม่เห็นกลัวผีเลย

ปี 2549 – 2550 : ปลดล็อก
พอแม่เสียไป ก็เหมือนล็อกโดนปลด คือไม่มีใครมาด่า มาชี้ว่าเราไม่ได้เรื่องแล้ว
เงินหมดจริงจัง จนต้องไปขโมยเงินหน้าหิ้งพระ เอามาซื้อมาม่าใน 7- 11 กิน
เริ่มหางานทำ เริ่มจากการรับงานเอง เป็นผู้รับเหมาเดินระบบก่อน
ถามว่าทำเป็นไหม จริง ๆ คือ “ไม่” แต่ก็พยายามหาข้อมูลมั่ว ๆ ไป
รับไปได้ 2 – 3 งาน ตอนนั้นงาน deliver มาค่อนข้างแย่ อยากกลับไปขอโทษลูกค้าตอนนั้นจัง
แต่ก็ได้รู้ว่า “เออวะ พยามทำ มันก็ทำได้นี่หว่า” จำได้ว่าได้เงินมาเอาไปกินเบียร์กับไข่เยี่ยวม้า
ทุกวันนี้ เบียร์กับไข่เยี่ยวม้า ก็เป็นอาหารในความทรงจำของผมเสมอ
หลังจากนั้นก็ทำงานประจำ ได้งานเฉย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่จบ เอางานที่ทำไป reference บวกกับเค้าคงขาดคนจริง ๆ
เฮ้ย ! จู่ ๆ การเรียนก็ดีขึ้นมาซะงั้น จำได้ว่าเริ่มต้นที่วิชา database ที่ “ทำไมเราเข้าใจอยู่คนเดียววะ” จนได้ A
หลังจากนั้นก็ไม่มีวิชาไหนได้ต่ำกว่า B+ อีกเลย “จู่ ๆ ก็เรียนเก่ง” อาจจะเป็นเพราะเรียนวิชาน้อยลง

ปี 2551 – 2552 : ไหลลื่น
ช่วงนั้นใช้ชีวิตสุดมาก ทำงานเข้ากะ 12 – 16 ชั่วโมง กินเหล้า กินเบียร์ + เรียน
ต้องขอบคุณงานที่แรก ที่หล่อหลอมให้ต้องรับผิดชอบมาก ๆ เพราะลูกค้าเครียดมาก
ทุกอย่างกลับมาใหม่หมด การเที่ยว การกินเหล้า การทำงาน การเรียน มีพลังเหมือนไม่รู้จบ
ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ backpack ครั้งแรก หลังจากนั้นก็ตั้งปณิธานว่าจะไปทุกปี
เปลี่ยนงานไป 2 ที่ รู้สึกสนุกกับงานและชอบทำงานมาก เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานขาย+บริการ (ไม่ใช่ขายบริการนะ)
รู้สึกว่าชอบงานบริการมาก โดยเฉพาะงานที่เอาความชำนาญเราไปช่วยคน

ปี 2553 – 2555 : ค้นหา / ค้นพบ
จู่ ๆก็บวช เคยรับปากพี่สาวไปส่ง ๆ ว่าจะบวช บวกกับช่วงนั้นเบื่องานที่ไม่ขยับขยายไปไหน
เงินเดือนขึ้นกระจึ๋งเดียว เลยหนีไปบวชซะเลย พบว่าวัดคือแหล่งซ่องสุม
ทำให้ผมมองเห็นสังคมไทยในอีกมุม มุมที่เราไม่เคยเจอเลย เจอคนติดยา อันธพาล คนเห็นแก่ตัว
ทั้งหมดรวมตัวอยู่ในสถานที่ ที่น่าศรัทธาที่สุด “วัด”
สึกออกมาก็ตั้งใจว่าจะเรียนโท ตอนนั้นอยากเป็นด็อกเตอร์ หางานทำใหม่
ปรากฏว่าได้งานแปลก ๆ ที่กลายเป็นการค้นพบในชีวิต นั่นคือ “งานสอน”
จริง ๆ เคยสอนบ้างตอนทำงานที่เก่า แต่สอนแว่บ ๆ แต่นี่ต้องสอนจริงจัง 8 ชั่วโมง บ้าไปแล้ววว
แต่สอนได้แฮะ สนุกด้วย ตอนนั้นค้นพบว่าตัวเองสามารถไปอยู่กลางบทสนทนา แล้วทำให้มันสนุกได้
น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานอาสา แล้วก็พบว่า มันดีว่ะ

ปี 2556 – 2558 : smooth sailing
ช่วงนั้นรู้สึกว่าชีวิตสงบ ลงตัวเกินไป smooth sailing is boring เลยพยายามหาความท้าทายในชีวิต
ด้วยการลาออก ! ลาออกไปเฉย ๆ นี่แหละ ไม่ได้คิดอะไร แค่อยากพัก
จู่ ๆชะตากรรมก็พัดพาให้เจอเรื่องประหลาด จู่ ๆก็มีคนส่งข้อมูล คาราวานของคุณวิกรม มาให้
สมัครเลย !!!
ได้เว้ย เฮ้ยยย !!
อ่าวไม่ได้ไปคาราวานวะ กลายเป็นไอทีเมเนเจอร์ เป็นผู้บริหาร ซะงั้น
เออ แปลกดีแฮะ ได้เอาเงินคนรวยมาเล่น ได้เล่นของเล่นเยอะมาก ต้องบอกว่าอมตะเลี้ยงดีมากก
ช่วงนั้นเริ่มเดินป่า เดินจริงจัง เดินเหมือนคนบ้า ออกเดินป่าทุกสัปดาห์ มี 52 สัปดาห์ เดินป่าไป 48
แรก ๆ มันก็แค่เพราะไม่มีอะไรทำ หลัง ๆ กลายเป็นเรื่องท้าทาย ป่าที่เดินต้องยาก ต้องค้นหา ต้องทุลักทุเล
แม้จะงานสบายเงินดีแค่ไหน แต่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่สำคัญ smooth sailing อีกแล้ว
ลาออก !! แต่คราวนี้มีตัง ทำอะไรดี …..

ปี 2559 – 2560 : เดินทาง – เรียนรู้
เรียนรู้ทั้งจากชีวิตการเดินทาง และเรียนรู้ตำราไปพร้อมกัน
ได้เห็นโลกในแบบที่ต่างออกไป เห็นประเทศไทยในแบบที่ต่างออกไป ค้นพบความเหลื่อมล้ำที่อยู่รอบตัว
น่าตลกที่มันอยู่รอบตัวเราแต่เราเพิ่งได้เห็นเมื่อผ่านเวลามา 30 ปี
หลังจากเที่ยวอยู่นาน ก็ต้องเริ่มหางานเสียที ก็โชคดีที่ได้ไปงานเลี้ยงแล้วเจอพี่ชักชวนให้กลับมาสอนประจำ
กลับมาทำสิ่งที่คุ้นเคย และทำได้ดี เติบโตขึ้น งอแงน้อยลง และเป็นพิษมากขึ้น
ประสบการณ์มันหล่อหลอมให้ผมกลายเป็นเม่น
เม่นที่ต้องการความอบอุ่นแต่ไม่อาจอยู่ใกล้ใครได้ เพราะหนามแหลมของมันเอง

ปี 2560 – 2562 : สุขสม – สิ้นหวัง – ลงตัว
โตจนถึงระดับหนึ่ง ชีวิตมีความหมาย การงานมั่นคง เข้าใจโลก ใช้ชีวิตมีความสุขสุด ๆ
ทุกอย่างดูเหมือนลงตัวสุด ๆ แต่ก็กลับกลายว่าต้องมีเหตุการณ์ที่ให้ รู้สึกหดหู่ รู้สึกไร้ค่า
สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ “เงินคือทุกอย่าง” แต่เหมือนพลังลบจะเป็นผลดีกับผมมากกว่าพลังบวก
เริ่มทำบัญชี ศึกษาการเงิน จากเงินเก็บ 0 บาท กลายเป็นมีพอร์ตเล็ก ๆ ของตัวเอง ดูมันเติบโต
กลายเป็นความสุขอีกแบบ เริ่มเข้าสู่โลกการลงทุน และหน้าเงินมากขึ้น
เป็นครั้งแรกที่วางแผนเกษียณ ทำ ๆ ล้ม ๆ อยู่หลายแบบ หลายปี จนเจอที่ลงตัว
ไม่เคยมีเงินในบัญชีเยอะเท่านี้มาก่อน
เดินทางน้อยลง เป็นพิษน้อยลง ถ่อมตัวมากขึ้น

ปี 2563 – 2564 : โควิด
ไม่เคยนึกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในโลก โชคดีที่เริ่มเก็บเงินไว้ล่วงหน้าแล้ว เลยไม่ต้องห่วงตัวเองมาก
คิดแล้วว่ากรุงเทพไม่ใช่ที่ที่เราควรจะอยู่ต่อไป เริ่มมองหาลู่ทางออกนอกกรุงเทพ
ได้เห็นเรื่องที่ตัวเองคิดไว้กลายเป็นความคิดกระแสหนึ่ง
เริ่มแก่ เริ่มตามตามเด็กรุ่นใหม่ ๆ ไม่ทัน กำลังวังชา ถดถอย ความสามารถในการฟื้นฟูลดลง
ได้งานใหม่ กลับมาใช้ชีวิตวุ่นวายอีกรอบตอนแก่
พบว่าพายเรือกลางพายุในแต่ละช่วงอายุนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

รู้งี้

  • จะลาออกจากงานให้บ่อยกว่านี้
  • จะเริ่มเก็บเงิน ลงทุนเร็วกว่านี้
  • จะไม่จ่ายตังซื้อของในเกมส์
  • จะอยู่คอนโดที่ใหญ่กว่านี้
  • จะลงงานวิ่งเยอะกว่านี้
  • จะเที่ยวให้บ่อยกว่านี้
  • จะไปวัดพระแก้ว
  • จะหัดขี่มอไซค์
  • จะเขียนบล็อคนี้เมื่อวานซืน เพราะมันคือวันครบรอบ 20 ปีพอดี

พอเหอะ อีก 20 ปีเจอกันใหม่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s