เสียงก้องในห้องแคบ

Posted by

ย้อนกลับไปปี 2010 Wael Ghonim(วาเอล โกนิม) ได้ทำการสร้าง Facebook Page ชื่อว่า “We are all Kalid Said” หลังจากได้เห็นภาพของนาย Kalid Said (คาลิด ซาอี) ที่ถูกทรมานและฆ่าโดยตำรวจอิยิปต์

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติในอียิปต์!

25 มกราคม 2011 ประชาชนกว่าล้านคนออกมาเดินขบวนบนถนนในกรุงไคโร ประเทศอิยิปต์เพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงซึ่งทำใหผู้นำเผด็จการมูบารัค ต้องพ้นจากตำแหน่งหลังจากอยู่ในตำแหน่งมายาวนานเกือบ 30 ปี

If you want to liberate a society, all you need is the Internet,”

-Wael Ghonim (2011)

ไม่ใช่แค่ในอียิปต์หลังจากนั้นหลายประเทศในโลกอาหรับก็เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติโดยใช้ Internet เป็นเครื่องมือจนกลายเป็นปรากฏการณ์ Arab Spring ….

ถ้าเป็นภาพยนต์นี่คงเป็นตอนจบที่งดงามผู้คนออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะกันตามท้องถนนegypt win

แต่ไม่ใช่เลย!!

หลังมูบารัคพ้นตำแหน่งอียิปต์ได้ผู้นำคนใหม่อีก 2 ครั้งผ่านการเลือกตั้งและปฏิวัติ…. แต่ไม่มีใครเป็นทางออกที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ผู้คนแตกแยกเป็นหลายฝ่ายทะเลาะกันเองและยิ่งเปิดทางในเผด็จการทหารเข้มแข็งขึ้นไปอีก

วาเอล โกนิม ชายผู้เคยจุดประกายให้อียิปต์เปลี่ยนแปลง กลับมามองย้อนหาความผิดพลาดว่า ทำไมสิ่งที่เคยเป็นความหวังของประชาชนจึงกลับมาทำลายพวกเขาซะเอง

สิ่งที่น่าสนใจมากที่ โกนิมมองว่าเป็นปัญหาคือ
Internet เป็นเครื่องมือที่คอยขยายความรู้สึกหรือพฤติกรรมของมนุษย์
ซึ่งธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่ได้ใจกว้างพอ!!

คนเรามักไม่ยอมรับความแตกต่าง

และ social media ก็มีเครื่องมือที่อนุญาตให้เราสามารถปิดกั้น คน หรือ ความเห็นเหล่านั้นออกไปจากสายตาเราได้….. เพียงคลิกเดียวเราสามารถ unfriend/unfollow/block ใครก็ได้ออกไปจากชีวิตเรา ออกไปจากหน้าฟีดของเราได้
แต่ถ้าคุณทำแบบนั้นหมายความว่าคุณกำลังปิดกั้นเสียงสะท้อนของโลกความเป็นจริงที่มีความแตกต่างหลากหลาย แล้วขังตัวเองให้อยู่ในห้องแคบๆ
ห้องที่มีแต่คนที่เห็นด้วยกับเรา
ห้องที่มีแต่เสียงของพวกพ้องที่ชื่นชมเรา
ห้องที่มีแต่ความคิดเห็นที่ไปในทิศทางเดียวกัน…..
ห้องที่ราวกับว่ามีแต่เสียงของเราเท่านั้นที่ดังก้องไปมา …..
เมื่อ Internet คือโลก เมื่อเราอยากออกจากห้องแคบๆไปเจอกับโลกคุณก็ควรพกความใจกว้าง ความเข้าอกเข้าใจออกไปด้วยมากๆ
ผมเคยเขียนเอาไว้นานมาแล้วในบทความ “เพราะแตกต่างจึงงดงาม” ว่าสังคมที่ดีเกิดได้ไม่ใช่เพราะทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่เพราะทุกคนยอมรับความแตกต่างและไม่ทำร้ายกันต่างหาก
คนเราถกเถียงกันได้ แตกต่างกันได้ แต่ไม่ต้องเป็นคนละพวกกัน
เราทุกคนล้วนเป็นประชากรของโลก
โลกที่ไม่เคยมีเส้นแบ่งของประเทศ ศาสนา เชื้อชาติ เกิดขึ้นจริงๆ
จนกระทั่งมีมนุษย์ใจแคบๆ สร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง
ทำให้พวกเราฆ่ากัน ทำร้ายกัน กักกันไม่ให้พวกเราแลกเปลี่ยนความแตกต่างซึ่งกันและกัน…

เพราะความเชื่อของคนเปลี่ยนแปลงได้ยาก

เราจึงมีแนวโน้มที่จะต่อต้านความเห็นอื่นๆที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความเชื่อนั้น
โดยไม่ได้ตั้งใจสมองมองว่านั่นคือการคุกคามและเราก็ตอบสนองด้านลบไปโดยไม่รู้ตัว
ผลลัพธ์นี้ทำให้การโต้เถียงกันบน Internet ส่วนใหญ่แล้วนำไปสู่การสร้างความโกรธแค้นชิงชัง
แต่ที่น่าตลกสุดๆคือ….

เรากลับเชื่อข่าวลือที่ถูกส่งต่อกันมาได้อย่างง่ายดาย

เพียงเพราะว่ามันถูกจริตกับเรา เพียงเพราะว่ามันดูน่าสนใจ หรือเพียงเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ดูเหมือนมีประโยชน์ เราสามารถเชื่อเรื่องเหล่านี้ฝังหัวจนสามารถโต้เถียงแทนพวกมันได้

If we want to liberate a society, we first need to liberate the Internet,”

-Wael Ghonim (2016)

เพราะ Internet เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่ทำให้ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็น ความรู้ และทรรศนะกันได้ ทำไมเราจึงไม่ใช้เครื่องมือนี้ทำความเข้าใจในความหลากหลายของความเป็นมนุษย์ละ?

ก่อนจะตีตราว่าคนนั้นเลว คนนี้คือศัตรู ลองละวางจะความรู้หรือความเชื่อในหัว
เปลี่ยนการพยายาม “เอาชนะ” เป็นการ “สนทนา” แล้วเราจะได้เห็นโลกใบใหม่ที่ไม่ได้มีแต่ขาวกับดำ
แต่มีสีรุ้งอันแตกต่างหลากหลายที่แลกมากับความพล่าเลือนของเส้นแบ่งต่างๆที่เคยทำให้เรารู้สึกปลอดภัย
แน่นอนว่ามันอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจบ้าง แต่เราจะคุ้นชินกับความไม่สบายใจนั้นในไม่ช้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s