OSI model ยาขมขนานแรกแห่งโลก computer network ตอนที่ 1

Posted by

รูปภาพ

เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ computer networks หลายๆคน คงต้องเคยได้ยินชื่อของ OSI model มาก่อนอย่างแน่นอน หรือแม้แต่คนที่เรียนเกี่ยวกับ computer network มาซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งวิชาในสาขาคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ก็คงต้องผ่านหูกับชื่อนี้มาก่อน
แถมส่วนใหญ่หนังสือทั้งหลายทั้งปวงที่วางขายกันอยู่ตามท้องตลาดก็เอาเรื่อง OSI model มาเป็นบทแรกเสียด้วยสิ ! และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นบทแรกที่อ่านไม่รู้เรื่องที่สุดบทนึงเลยก็ว่าได้

ทีนี้ในบทความนี้ผมจะพยายามเล่าถึงเรื่องของ OSI model แบบจับต้องง่ายๆให้อ่านกัน

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอันดับแรกเลยคือ ถ้าคุณรักที่จะอยู่ในโลกของ computer base network คือโลกที่เราใช้งานอุปกรณ์ที่ทำงานแบบคอมพิวเตอร์ อันได้แก่ computer, smart phone, tablet หรืออุปกรณ์อะไรก็ตามที่สามารถคุยกับคอมพิวเตอร์ได้  OSI model ถือเป็นพื้นฐานที่จะไม่รู้ไม่ได้เลยทีเดียว
ด้วยสาเหตุนี้หนังสือหลายๆเล่มเลยพยายามยัด OSI model ลงไปในบทแรกของหนังสือ พร้อมรายละเอียดมากมาย ซึ่งทำให้ โครตจะไม่เข้าใจไปกันใหญ่ !!

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับสองคือ ….. OSI model ไม่มีตัวตน!!! ที่บอกว่ามันไม่มีตัวตนเพราะจริงๆแล้ว มันเป็นแค่ model ทางความคิดเป็นแค่มาตรฐานที่กำหนดไว้ว่าถ้าอุปกรณ์สองตัวจะคุยกันต้องคุยกันด้วยรูปแบบนี้นะ เหมือนเป็นการกำหนดภาษากลางขึันมาจะว่าอย่างนั้นก็ได้

ทำไมถึงต้องมี OSI model ??

ต้องเกริ่นมาตั้งแต่ในสมัยก่อนย้อนกลับไปซัก 30 ปีที่แล้วที่ computer ยังเป็นของใหม่ ยังไม่มีระบบระเบียบ ยังไม่มีมาตรฐานอะไร
ฉะนั้นผู้ผลิต computer แต่ละเจ้าก็จะเป็นผู้สร้างทั้ง hardware และ software ขึ้นมาเอง ด้วยแนวทางของตัวเอง
และเมื่อผู้ผลิตทุกเจ้า indy หมด ก็เป็นไปได้ยากมากที่อุปกรณ์หรือ software จะสามารถติดต่อกันข้ามยี่ห้อได้
ทำให้วงการ computer พัฒนาไปได้ช้าและมีการผูกขาดทางการค้า…
แต่แล้วก็มีองค์กรที่ดูและเรื่องของมาตรฐานนั้นก็คือ ISO (International Organization for standardization จริงๆ ISO มาจากภาษากรีกคำว่า isos แปลว่า การเท่ากัน ไม่ได้เป็นคำย่อภาษาอังกฤษแต่อย่างใด) ได้เล็งเห็นความวุ่นวายตรงนี้เลยเข้ามาจัดระเบียบการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ network โดยสร้าง model การสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์สองตัว ที่เรียกว่า OSI (Open Standard Interconnection) แล้วบอกว่าถ้าอุปกรณ์ใดๆหรือ software ใดๆก็ตามมาอ้างอิงมาตรฐานนี้ก็จะสามารถคุยกันได้หมดเหมือนกำหนดภาษากลางในการสื่อสารขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าการเกิดขึ้นมาของ OSI model ทำให้โลกของ computer network เป็นเหมือนในปัจจุบันนี้คือ ไม่ว่าอุปกรณ์เราเป็นยี่ห้ออะไรก็สามารถติดต่อกันได้หมด  จะเป็น ipad ของ apple ก็สามารถเข้าใช้งาน Linux Server ได้นั้นเอง

แล้ว OSI หน้าตาเป็นยังไง ?

เนื่องด้วยคำว่าการคุยกันของอุปกรณ์สองตัวมันค่อนข้างครอบคลุมในหลายๆศาสตร์ ตั้งแต่ software ที่ใช้งานไปจนถึงข้อมูลทางไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายไป ฉะนั้น OSI model จึงแบ่ง network ออกเป็นชั้นๆ ทั้งหมด 7 ชั้นเราเรียกชั้นเหล่านี้ว่า เลเยอร์(Layer) ซึ่งคำว่า Layer ได้กลายเป็นศัพทย์สามัญในวงการ network ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเราจะให้มุมมองว่า layer 7 เป็น layer ที่อยู่บนสุดไล่ลงมาจนถึง layer 1
และมีกฏง่ายๆดังนี้ครับ

  • อุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลจะต้องส่งจาก Layer 7 ลงมาเรื่อยๆจนถึง Layer 1
  • อุปกรณ์ที่รับข้อมูลจะรับข้อมูลจาก Layer 1 ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง Layer 7

มองง่ายๆเหมือนกับว่า Layer 7 คือ software ที่เราใช้บนคอมพิวเตอร์และ Layer 1 คือไฟฟ้าที่เราส่งไปตามสาย
คนส่งแน่นอนว่าคงไม่ไปสร้างข้อมูลทางไฟฟ้า แค่อยากส่งอะไรก็จิ้มๆใน software ที่ใช้งาน
ส่วนคนรับได้ข้อมูลมาข้อมูลดิบๆทางไฟฟ้าต้องถูกตีความเป็นข้อมูลที่คนอ่านรู้เรื่องแสดงผลใน software นั่นเอง
ส่วนหน้าตาของ OSI model ก็เหมือนรูปประกอบบนสุดของบทความ

ทีนี้คำถามที่มักจะพบเลยก็คือ ไอ้ที่ว่าส่งจาก Layer 7 ไป Layer 1 นี่มันเป็นยังไงอ่ะ ?? ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ ?
แน่นอนว่าเพื่อให้เข้าใจต้องอธิบายกันยาวเลยทีเดียว ในตอนที่สองผมจะค่อยๆเล่าให้ฟังทีละสเต็ปว่าไอ้การส่งจาก Layer 7 ไป Layer 1 นี่มันทำงานยังไงกันแน่ …..

2 ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s