365 repeat the year ซีรีย์เกาหลีที่กลายมาเป็นการตั้งคำถามกับชีวิต

Posted by
หายจากโลก online ไปวันเต็มๆ เพราะไปมุ่งมั่นอยู่กับซีรีย์เกาหลี
จะว่าไปเกาหลีนี่มันก็ทำซีรีย์ออกมาได้เข้าใจคนมากๆ เลยไม่ว่าจะเป็น production, plot การเลือกตัวแสดงที่ทำสีหน้าท่าทางออกมาได้ออกรสชาติมาก
 
รอบนี้หลงไปดู “365 repeat the year” มา
ที่ไปดูเพราะตามเพจอย่าง “มันอยู่ข้างหลังคุณ” ไปดูนั่นแหละ
 
ปัญหาของการดูหนังเดี๋ยวนี้อย่างหนึ่งสำหรับผมคือการที่หนังถูกเดาง่ายเกินไป อาจจะเพราะเราคิดเยอะไปหรือเปล่าไม่อาจทราบได้ แต่การเดาทางหนังได้นี่เป็นทั้ง ความสะใจ และความน่าเบื่อในตัวมันเอง
 
และซีรีย์อย่าง “365 repeat the year” ก็เป็นหนึ่งในซีรีย์ที่พยายามหักมุมการเดาทางของเรา
แน่นอนว่าหลายๆครั้งมันก็ทำมากเกินไปจนน่าเบื่อ แต่ก็ทำให้เรา เอ๊ะ ได้ตลอด ถือว่าผ่านในแง่นั้น
 
เรื่องราวเริ่มต้นมาคลีเชพอสมควร คือพล็อตก็ออกมาหลวมๆว่า มีเจ้คนนึงไปค้นพบวิธีการ “รีเซ็ต” คือให้เราสามารถกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
หรือถ้าอธิบายง่ายๆ คือย้อนเวลากลับไปได้ 1 ปีนั่นแหละ
 
แต่ที่มันโหดกว่าพล็อตหนังย้อนเวลาทั่วไปคือ …
เราสามารถไปเปลี่ยนแปลงอดีตของเราได้จริงๆ ด้วย
เช่น จำหมายเลข lottery ไปก็สามารถไปซื้อให้ถูกหวยได้จริงๆ
จำหุ้นไปสามารถไปซื้อแล้วรวยได้จริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่พล็อตหนังย้อนเวลาจะไม่ยอมให้ทำ เพราะมันดูโกงเกินไป แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้
 
เปิดเรื่องมาตัวดำเนินเรื่องหลัก 12 คนถูกเลือกมาเพื่อให้รับโอกาสในการกลับไป “รีเซ็ต” ชีวิตใหม่
แต่มีเพียง 11 คนที่ยอม “รีเซ็ต” เพราะมีคนท้องหนึ่งคน ที่รู้ว่าถ้ารีเซ็ตไปจะไม่สามารถเอาเด็กกลับไปด้วยได้
 
เปิดเรื่องมาก็มีสัญญะให้ต้องคิดแล้ว …
 
ลองคิดเล่นๆ ดูว่าถ้าเรากลับไป 1 ปีได้พร้อมความทรงจำตอนนี้ เราจะกลับไปหรือเปล่า แต่ก็มีคนยอมแลกกับลูกตัวเอง
 
ถ้าการย้อนเวลากลับไปแล้วทุกคนถูกหวย ร่ำรวยง่ายๆ ซีรีย์นี้ก็คงจบแค่นั้น แต่นี่คือซีรีย์สืบสวน สอบสวน ที่พยายามหักหลังเราไปมา แต่ก็เป็นการหักหลังแบบเกาหลีๆ ไม่โหดเท่า Game of Throne มีกุ้กกิ้กพระนางกันนิดหน่อย
คร่าวๆ คือคนที่ย้อนเวลากลับมาค่อยๆ ทยอยตายอย่างเป็นปริศนาไปทีละคน
 
เรื่องระหว่างทางคงต้องให้ไปดูเอาเอง
 
แต่ปลายทางกลับมีเรื่องน่าสนใจที่น่าเอามาเขียนในนี้คือ ….
 
ช่วงหลังจากนี้จะมีสปอยเล็กน้อย แต่เอาเป็นว่าถึงอ่านก็ไม่ทำให้อรรถรสการรับชมลดลงสักเท่าไหร่หรอก แต่เป็นมารยาทว่าจะต้องบอกไว้ก่อน
 
เอาละนะ ..
 
ในช่วงท้ายๆ ของซีรีย์ ทุกคนมารู้ความจริงว่าทั้ง 11 คนที่ย้อนเวลากลับมาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เคยตายไปแล้วทั้งสิ้น แต่โดนเจ้ รีเซ็ตไปช่วยไว้ในครั้งก่อนหน้า
 
แปลว่า เจ้ รู้ว่าแต่ละคนจะตายเมื่อไหร่ และตายยังไง
 
เรื่องนี้น่าสนใจ!
 
เราทุกคนต่างรู้ว่าวันใดสักวันหนึ่งเราจะต้องตาย
อันนี้เป็นความจริงที่เราไม่อาจปฏิเสธได้
แต่ที่น่ากังวลใจคือ เมื่อไหร่ที่เราจะตายละ?
พรุ่งนี้ไหม? หรือปีหน้า หรือ อีก 20 ปี?
 
ความตายของเราเหมือนเป็นกล่องปริศนาของโชรดิงเจอร์
ที่ไม่มีสถานะแน่นอน เรารู้ว่ามันมีแน่ๆ แต่ไม่รู้ควรทำอย่างไรกับมันดี
 
ถ้าวันหนึ่ง มีคนมายื่นข้อเสนอว่า เราจะบอกวันตายและวิธีการตายให้กับคุณได้นะ แล้วคุณสามารถเลี่ยงความตายนั้นได้ด้วย
เราจะทำยังไง กับกล่องปริศนาที่จู่ๆ ก็มีคนมาหยิบยื่นโอกาสเปิดขึ้นมาให้ เราจะแลกกับอะไร?
 
ลองสมมติเล่นๆ ว่า คุณรู้ว่าอีก 2 ปี คุณจะตายด้วยอุบัติเหตุรถชน ในวันสงกรานต์ คุณเลยเลี่ยงไม่ไปไหนในช่วงสงกรานต์แล้วคุณรอดตาย
นั่นแปลว่าเราจะต้องมารอลุ้นวันตายใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ยังไงอีก
 
แต่ถ้าเรายอมรับความตาย มันก็จะทำให้เรากังวลใจหรือเปล่าว่าอีก 2 ปีเราจะตายแล้วนะ ต้องทำอะไรบ้างให้มันคุ้มค่า พอถึงเวลาใกล้ๆ เราก็อาจอยากจะอยู่ต่อไปอีกเพราะธรมชาติของคนไม่มีใครอยากตาย
 
พล็อตแบบนี้เราเห็นได้เยอะในภาพยนต์หลายๆเรื่อง
แต่ถ้าเราย้อนกลับมาคิดดูจริงๆจังๆ เราควรทำยังไงกับมันดี
 
แน่นอนว่าในชีวิตจริง เราไม่มีคนที่จะมาบอกได้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ (อาจจะมียกเว้นในเคสป่วยหนักจริงจัง แต่ก็คงเป็นเพียงส่วนน้อย ๆ )
แล้วก็โชคดีที่ความตายของเรายังคงเป็นกล่องปริศนาของโชรดิงเจอร์ต่อไป
 
แต่ทุกครั้งแต่คิดถึงเวลาเราจะต้องตาย มันจะเกิดคำถามกับชีวิตว่าเราควรจะใช้ชีวิตยังไงดี
ใช้ชีวิตให้เหมือนวันสุดท้าย แบบที่คนเท่ๆ เขาพูดกันดีไหม?
หรือเก็บหอมรอมริบอดทนรอวันเกษียณ อย่างสบาย
หรือใช้ชีวิตให้มีความสุขโดยสนใจปลายทางของชีวิตให้น้อยลง
หรือบาลานซ์ (ยังไง?)
 
มันคงไม่มีคำตอบสำหรับกล่องปริศนากล่องนี้
 
ระหว่างที่กำลังจะจบบทความนี้ บังเอิญสายตาผมก็ไปเจอกับ คลิปวีดีโอใน Facebook รายการ “อย่าหาว่าน้าสอน” ของน้าเน็กพอดี
 
เรื่องราวเป็นแบบนี้
 
คนที่โทรเข้ามาเป็นผู้หญิง เล่าว่า เธอกับแฟนแต่งงานกันมา 2 ปีแต่ทำงานคนละที่ สามีทำงานอยู่ที่กรุงเทพ เธออยู่ต่างจังหวัด
สามีชอบชวนเธอดูรายการนี้มาก แต่เธอไม่ชอบเลย ไม่เคยสนใจ
คนเมื่อไม่นานมานี้ เธอขึ้นมาหาแฟนที่กรุงเทพตามปกติ แล้วก็กลับบ้านไปวันถัดมา เธอโทรปลุกสามีของเธอตามปกติตอน 07:30
ราวๆ 9 โมงมีคนโทรมาบอกว่าสามีเธอเสียชีวิตแล้ว
หลังจากนั้นด้วยความคิดถึงเธอจึงเปิดรายการนี้ดู แล้วก็โทรมาเล่าให้ฟังนี้แหละ
 
ผมชอบคำหนึ่งที่น้าเน็ก พูดไว้ว่า
“คนแม่งชอบพูดว่าจงใช้ชีวิตให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย ไอ้ห่า มันทำยังไงวะ! “
 
จริง!
 
พูดเท่ๆ มันง่าย เหมือนที่คนบอกให้กล้า ให้ทำตามความฝัน
แต่ แต่ละคนมันมีพื้นฐาน แตกต่างกัน มีความพร้อมไม่เหมือนกัน
 
เราอาจทำได้แค่ รับรู้ถึงความปริศนานี้และเตรียมใจรับมันโดยที่ไม่กังวลมากเกินไป ใช้ชีวิตโดยเข้าใจถึงสิ่งสำคัญในชีวิต ซึ่งแน่นอนแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป
บางคนอาจเป็นความสัมพันธ์กับครอบครัว คนใกล้ตัว
บางคนอาจเป็นความสำเร็จ ความภาคภูมิใจในตัวเอง
บางคนอาจเป็นการได้รับการยอมรับจากสังคม
ไม่มีอะไรผิด
 
และจงจำไว้ว่า เราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
ในวันก่อนเราอาจจะสนใจเรื่องการยอมรับจากสังคม
ในวันนี้เราอาจจะเปลี่ยนไปเห็นว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ไม่มีอะไรผิด
 
แต่เรายอมรับว่ามันเปลี่ยนแปลง
อาจจะดูเหมือนคนเหลาะแหละ ไม่มีจุดยืด
แต่ถ้ามันทำให้เรามีความสุข จุดยืนที่ว่านั้น ก็ช่างบางเบาเหลือเกิน
อย่าให้มันมาถ่วงเราก็พอ
 
เอาอีกแล้วเขียนยาวเกินไปอีกแล้ว หวังว่าจะมีคนอ่านมาถึงบรรทัดนี้ได้จริงๆ นะ
 
ขอให้มีพลัง มีความสุข และเข้าใจตัวเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s