บนเส้นทางของความฝัน

Posted by

เป็นที่รู้กันว่า…

เมื่อปีนภูเขาที่มีความสูงเกิน 7000 เมตรจากระดับทะเล ปริมาณออกซิเจนจะลดลงจนทำให้มีปัญหากับการใช้ชีวิตได้  ไม่เพียงแต่ออกซิเจนที่น้อยลงจนน่าใจหายแต่อากาศยังมีสภาพแปรปรวนเป็นอย่างมาก และอุณภูมิที่ตั้งต้นอยู่ราว -20 องศาเซลเซียล ถ้าพลาดเพียงนิดเดียวก็เท่ากับต้องตาย
นักปีนเขามากประสบการณ์หลายๆคน ต้องมาจบชีวิตที่ความสูงระดับนี้มากมาย นักปีนเขาจึงมีชื่อเล่นที่เรียกให้กับความสูงระดับนี้ว่า Death Zone หรือโซนแห่งความตาย

ดังนั้นนักปีนภูเขาสูงส่วนใหญ่จึงต้องพกพาถึงออกซิเจนไปด้วย เพื่อเติมเอาออกซิเจนที่ขาดหายกลับมา ไม่พอการปีนเขาสูงยังต้องการผู้ช่วยมือดีที่เป็นคนท้องถิ่นช่วยนำนักปีนเขาไปในเส้นทางที่อันตรายน้อยที่สุดด้วย และพาพวกเขากลับลงมาได้โดยยังมีบมหายใจอยู่ด้วย

แต่ชายผู้หนึ่งมีความฝันและมีเส้นทางที่เขาจะเป็นคนกำหนดเอง….

คุริกิซังเป็นหนึ่งในนักปีนเขาที่เลือกเส้นทางที่แสนโดดเดี่ยวและอันตรายให้ตนเอง เขาเลือกที่จะปีนภูเขาสูงเพียงลำพังไม่ใช้ถังออกซิเจนช่วย แถมยังมักเลือกปีนในฤดูที่คนไม่นิยมปีนเพราะสภาพอากาศอันเลวร้ายด้วย !

หลายคนบอกว่าเขากำลังฆ่าตัวตาย !!

จะว่าไป การทำสิ่งที่คุริกิซังเลือกจะถือว่าเป็นการฆ่าตัวตายแบบกลายๆ ก็คงไม่ผิดนัก แน่นอนว่าคุรุกิซังทำแบบนี้มาหลายครั้งและขึ้นถึงจุดที่สูงที่สุดของยอดเขาที่สูงเกิน 8000 เมตรมาแล้ว 2 ครั้งแม้ว่าส่วนใหญ่ คุรุกิ จะไปไม่ถึงจุดที่สูงที่สุดแต่ก็ถือว่าเขาขึ้นไปสูงกว่าคนส่วนใหญ่ในโลกอยู่มากมาย

ปี 2009 คุรุกิในวัย 27 พยายามปีนขึ้น เอเวอร์เรสครั้งแรกเขาไปได้ไกลถึง 8805 เมตรแต่ไปไม่ถึง 8848 ขาดไปเพียง 43 เมตรเท่านั้นเพราะอากาศไม่เอื้ออำนวย

ปี 2010 คุรุกิกลับไปหาเอเวอร์เรสอีกครั้งเขาไปได้ที่ความสูงเท่าเดิม ธรรมชาติไม่ยอมให้คุรุกิไปได้ไกลกว่านั้น

ปี 2011 เอเวอร์เรสก็ยังไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ไปได้มากกว่านั้นอากาศที่แปรปรวนทำให้ต้องล้มเลิกไปที่ความสูง 8805 เมตร

ปี 2012 คุรุกิกลับไปอีกในเดือนตุลาคม คราวนี้เขาพบกับพายุหิมะรุนแรงทำให้ต้องขุดหลุมหิมะแล้วอาศัยอยู่ในนั้นเป็นเวลา 2 วัน!! ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่า -20 องศาตลอดสองวันทำให้เขาต้องสูญเสียนิ้วทั้ง 9 ไปจากอาการหิมะกัด (Frostbite)

Nobukazu Kuriki lost nine fingertips to frostbite in 2012
Nobukazu Kuriki กำลังโชว์นิ้วที่เหลืออยู่เพียงนิ้วเดียวให้ดูด้วยใบหน้าเปื้อนร้อยยิ้ม

ปี 2015 เขากลับไปหาเอเวอร์เรสที่รักของเขาอีกรอบในเดือนเดียวกับที่เขาเสียนิ้วทั้ง 9 ไปและไปไม่ถึงอีกรอบเนื่องด้วยอากาศแปรปรวน

ปี 2016 และ 2017 เขาเจอกับหิมะถล่มทำให้ไม่สามารถไปต่อได้

ตลอด 7 ครั้งที่เขาใช้ความพยายามในการขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุดในโลก เขาไปได้ไกลเพียงความสูง 8805 เมตรอีกเพียง 43 เมตรเหมือนใกล้แค่เอื้อมมือแต่ไม่มีวันไปถึง!

ปี 2018 เดือนพฤษภาคม คุรุกิที่แคมป์ 3 ฝั่ง Lhotse มีปัญหาเรื่องสุขภาพเขาไออย่างหนักและมีไข้สูง แต่ด้วยสัญญาณวิทยุที่ไม่ดีทำให้สัญญาณขาดหายไป หลังจาก 11:30 ของวันที่ 19 พฤษภาคม
วันรุ่งขึ้นศพของคุรุกิถูกพบบริเวณแคมป์ 2 บนเส้นทางปกติ

เป็นอันจบความฝันและความพยายามของคุรุกิซัง ชายผู้เลือกเส้นทางความตายของตนเองระหว่างทางฝัน….
ดูเหมือนไม่มีอะไรจะหยุดความฝันของเขาได้ยกเว้นความตายจริงๆ…

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ในช่วงปี 2016 (ขออนุญาตตัดมาแค่บางส่วน)

ผู้สัมภาษณ์ : เป็นยังไงบ้างนิ้วของคุณมันทำให้คุณเจ็บหรือเปล่าเวลาปีนเขา
คุรุกิ : มันก็ไม่เจ็บแล้วละแต่แค่ถ้าไปสูงๆมันจะแข็งง่ายกว่าเดิมเท่านั้นแหละ
ผู้สัมภาษณ์ : แล่วมันเป็นอุปสรรคกับการใช้อุปกรณ์ปีนเขาไหม หรือคุณใช้อวัยวะเทียมหรือเปล่า
คุรุกิ : โชคดีที่ผมไม่ได้เสียนิ้วไปทั้งหมดยังเหลือข้อนิ้วอยู่ก็แค่ต้องฝึกใช้อุปกรณ์ด้วยมือที่เหลืออยู่ แม้ว่ามันจะทำให้ใช้ขวานน้ำแข็งยากบ้างก็เถอะแต่ผมก็ฝึกใช้มันให้ถนัดอยู่

ผู้สัมภาษณ์ : ทำไมถึงเลือกปีในฤดูที่อันตรายและปีนเพียงลำพัง
คุรุกิ :  I need to “feel the mountain” when I climb. (เพราะผมต้องการรู้สึกถึงภูเขาขณะปีน)

“ไม่ใช่ภูเขาที่เราพิชิตได้ แต่เป็นเพียงใจของเราต่างหาก

It is not the mountain we conquer but ourselves.

เซอร์เอดมันด์ ฮิลลารี
คนแรกผู้ไปเหยียบพื้นดินที่สูงที่สุดในโลก

ไว้อาลัยให้กับผู้ยอมสละชีวิตให้กับเส้นทางแห่งความฝัน Nobukazu Kuriki

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s