ปฐมบทแห่ง Cloud

Posted by

สารภาพตามตรงว่า Knowledge as a Service เป็น section ที่ผมเกลียดมาก เพราะเวลาเขียนต้องนั่ง confirm ข้อมูลมากมายเสียทุกครั้ง แถมบางครั้งต้องหา reference จนเหนื่อย อ่าน paper ทดลองอะไรมากมาย เลยทำให้เป็น section ที่คลอดยากมากเหลือเกิน บางครั้งเขียนไปได้ครึ่งนึงรู้สึกว่า “เฮ้ยมันง่ายเกินไปวะ คนเค้าจะอยากรู้เหรอวะ” เลยลบมันไปซะดื้อๆอย่างนั้นก็มี ….

รอบนี้พยายามตบตีกับตัวเอง เอาเรื่องง่ายๆมาเล่าเสียหน่อย แล้วละเว้น reference ไปเสียบ้าง เผื่อให้คนที่ยังไม่รู้แล้วกันส่วนใครชำนาญมากแล้ว แล้วข้อมูลที่ผมใส่ไว้ผิดช่วยกันแก้แล้วกันนะครับ เปิด comment รับฟังตลอดเวลา แบบไม่อายเลย

ขอบคุณสำหรับความผิดพลาดล่วงหน้าแล้วกันนะครับ 🙂


วงการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งซึ่งผมเองก็เกลียดมันมาก

แต่ก็ต้องใช้มันหากินอยู่ตลอดเวลาคือ “คำศัพท์”
ทำไมถึงเกลียดหนะเหรอ?

เพราะคนพวกนี้มักชอบคิดคำศัพท์ใหม่ๆขึ้นมาแล้วไม่ค่อยยอมนิยามมันให้ชัดเจน แถมบางครั้งคำศัพท์หลายๆอันก็เลิศหรู และเท่เกินกว่าที่มันเป็นซะเยอะ

ไม่ว่าจะเป็น IoT, Cloud, AI, Big Data, Agile, DevOps, ITIL, SDN หรืออะไรก็ตามในยุคใหม่ๆที่เราได้ๆยินกันล้วนมีส่วนคลุมเครือที่ทำให้เข้าใจยากเสียเหลือเกิน แม้ว่าจะเปิดตำราหรือค้น google ก็จะไม่สามารถเข้าใจได้อย่งถ่องแท้ในทันที แถมบางอย่างอธิบายสั้นๆให้เข้าใจง่ายๆไม่ได้เสียด้วย ….

Cloud เป็นหนึ่งคำที่พอพูดไปแล้วคนฟังส่วนใหญ่จะเหมือนมีภาพเบลอๆอยู่ในหัว แต่ดูเหมือนว่ามันไม่มีอะไรชัดเจนและจับต้องไม่ได้เหมือนชื่อของมันที่หมายถึงก้อนเมฆยังไง หยั่งงั้น

ถึงตรงนี้อยากให้ลองคิดถึง Cloud ดูว่าที่นึกอยู่ในหัวนั้นหน้าตาเป็นยังไง?

.

.

.

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ cloud ff7
ภาพประกอบอันนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

แน่นอนเรากำลังหมายถึงตัวละครในเกมส์ Final Fantasy 7

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ icloud

บางคนอาจจะถึงนึกบริการอย่าง iCloud ของ Apple ที่ใช้ในการเก็บสำรองข้อมูลของเราไว้บน Internet

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ dropbox

บางคนอาจจะนึกถึง Drop Box บริการฝาก file สุดฮิต หรือ Google Drive ก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ aws console

หรือบางคนอาจจะนึกถึง AWS (Amazon Web Services) ที่ให้บริการคลาวด์ service หลายประเภทจนดูไม่ออกว่ามันเอาไว้ทำอะไรกันแน่

แต่ถ้าถามว่าแล้ว Gmail ละเป็น Cloud หรือเปล่า? บางคนอาจลังเลที่จะตอบ หรือให้ดูยากเข้าไปอีกแล้ว Facebook ละเป็น Cloud หรือเปล่า?

“นั่นสิมันใช่หรือเปล่าละ?”
“แล้ว cloud คืออะไร?”

จะตอบคำถามแบบนี้ได้เราต้องนิยาม Cloud กันให้ได้ก่อน

NIST definition, “cloud computing is a model for enabling ubiquitous, convenient, on-demand network access to a shared pool of configurable computing resources (e.g., networks, servers, storage, applications and services) that can be rapidly provisioned and released with minimal management effort or service provider interaction.”

นิยามจาก NIST ว่า (cloud computing) เป็นรูปแบบการทำให้เกิดการเข้าถึงระบบคำนวณที่สามารถตั้งค่าได้ที่ใช้งานร่วมกัน (เช่น ระบบเครือข่าย, เซิร์ฟเวอร์, ที่จัดเก็บข้อมูล, แอพพลิเคชั่นและบริการอื่นๆ) ได้แบบแพร่หลายและสะดวก รวมถึงต้องสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องจัดการอะไรยุ่งยากหรือต้องไปติดต่อผู้ให้บริการแต่อย่างใด (ที่มา)

แปลภาษาคนคือเป็นบริการที่ผู้ให้บริการจะมีทรัพยากรอยู่ตรงกลางแล้วแบ่งกันใช้โดยผู้ใช้จะต้องเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้และต้องง่ายต้องเร็วแบบที่ไม่ต้องคุยกับผู้ให้บริการเลย 

Capture

ส่วน Gartner นิยามมาสั้นๆแค่นี้คือเป็นรูปแบบของ computing ที่สามารถขยายตัวและยืดหยุ่น โดยสำเสนอเป็นบริการผ่านทาง Internet (ที่มา)

[ผมว่า Gartner นิยามเข้าใจง่ายดีแม้จะไม่ละเอียดเท่า NIST ก็เถอะ]

ปัจจุบันเลยเป็นที่ตกลงกันว่า Cloud Computing หรือ Cloud service นั้นจะต้องมีคุณลักษณะ 5 ประเภทดังนี้ คือ

On-demand self-service

ความสามารถนี้หมายถึงการที่เรา(ลูกค้า) สามารถใช้บริการนี้หรือขอใช้บริการนี้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องติดต่อกับคนหรือผู้ให้บริการเลย [ฉะนั้นถ้าเรายังต้องยกหูโทรหาผู้ให้บริการคุยว่าต้องการแบบนั้นแบบนี้ไม่ถือว่าเป็น cloud computing]

ตัวอย่างเช่นเมื่อเราอยากมี account Facebook เราก็แค่กดสมัครสมาชิกเท่านั้นไม่ต้องติดต่อ Facebook Engineer แต่อย่างใด ฉะนั้น Facebook ผ่านข้อแรกฉลุย

Broad network access

หมายถึงต้องเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงหรือง่ายๆคือเข้าถึงได้ผ่านทาง Internet นั่นเอง ข้อนี้คงแทบไม่มีกังขาใดๆเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่เราน่าจะนึกออกได้อยู่แล้ว

แน่นอนว่า Facebook ต้องเข้าถึงผ่านทาง Internet แน่ๆ

Resource pooling

คือต้องมีการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างผู้ใช้งานหลายๆคน อันนี้ก็เพื่อให้เกิดเรื่องของการบริหารจัดการได้ง่ายและราคาถูก ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

Facebook account ของแต่ละคนอยู่บนเครื่องหรือระบบเดียวกันของ Facebook แน่นอนอยู่แล้ว

rapid elasticity or expansion

อันนี้หมายถึงว่า Service นั้นจะต้องสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว (จะเป็น manual หรือ auto ก็ได้) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงต้งทำได้ทันทีในหลัก นาทีหรือวินาที

Facebook ของเราสามารถขยายขนาดไปได้เรื่อยๆแบบไม่จำกัดโควต้า เรายัดทั้งรูปภาพและ Video ไปมากมายและมันก็ยังรองรับรูปภาพของเราต่อไปได้เรื่อยๆ นี่ถือเป็น rapid elasticity แบบ auto

Measured service

คือต้องสามารถวัดได้ว่าเราใช้อะไรเท่าไหร่บ้าง ส่วนใหญ่เอาไว้ทำเรื่องของ billing หรือเก็บเงิน

Facebook มีเมนูชื่อ Activity log ที่เก็บทุกการกระทำของเราตั้งแต่เริ่มใช้งาน Facebook มาอยู่รวมถึงทุการ login บนทุกๆอุปกรณ์ด้วย

5 ลัษณะนี้เรียกว่าเป็นลักษณะบังคับที่จะต้องมีถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปล้วนไม่ใช่ cloud computing ตามนิยามทั่วๆไปแน่ๆ ดังนั้นจากมุมมองนี้ Facebook ถือเป็น cloud service แบบหนึ่งเมือนกัน โดยเราจะนิยามมันว่าเป็น SaaS หรือ Software as a Services

แต่ปัญหาใหญ่ในองค์กรทั่วๆไปมักไม่ใช่แค่การนิยามว่า cloud คืออะไรแต่เป็นเรื่องของการใช้และความรับผิดชอบต่างหากแต่จะเข้าใจตรงนี้ได้จะต้องเข้าใจ นิยามการใช้งานของมันอีก 2 อย่างคือ Service model และ Deployment model ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาว่ากันในตอนหน้าแล้วกัน

อยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็สามารถทิ้งคำถามไว้ได้นะครับ ติดต่อได้ทางไหนก็ทางนั้นแหละครับ ;p

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s